World / Thailand / Lampang, 4 km from center Coordinates: 18°17'39"N   99°31'10"E

surasakhospital.mi.th (Lampang)


ประวัติ
โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี

เมื่อปี พ.ศ. 2445
มีการตั้งหน่วยทหารขึ้นที่บริเวณวัดป่ารวก ตำบลหัวเวียง จังหวัดลำปาง โดยทราบกันในนามหน่วยว่า "กรมทหาร" ซึ่งมีเจ้าหน้าที่และกิจการเสนารักษ์ ทำหน้าที่บริการทางการแพทย์ให้แก่ทหารและ ครอบครัวที่สังกัดกรมทหารนั้น

ปี พ.ศ. 2448
มหาอำมาตย์โท พลตรีเจ้าบุญวาทย์วงศ์มานิต เจ้าผู้ครองนครลำปาง สละที่ดินส่วนตัวที่เป็น บริเวณเนินที่เรียกว่าม่อนไก่เขี่ย (ปัจจุบันเรียกว่า ม่อนสันติสุข) ให้เป็นที่ตั้งใหม่ อันเป็นที่ตั้งของ ค่ายสุรศักดิ์มนตรีในปัจจุบัน นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2453 - พ.ศ. 2459 ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าหน่วย แพทย์มีสภาพและการจัดหน่วยอย่างไร
ครั้งเมื่อปี พ.ศ. 2468 หน่วยทหาร มีสภาพเป็น กองพันที่ 1 กรมทหารราบที่ 17 ปรากฏหลักฐานว่า มีการ จัดหมวดเสนารักษ์ โดยตั้งอยู่ที่บริเวณมุมค่ายทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเพื่อให้บริการ ทางการแพทย์แก่หน่วยทหารในขณะนั้น

ในปี พ.ศ.
2493
มีการจัดตั้งกองพลที่ 7 และมณฑลทหารบกที่ 7 ขึ้นที่จังหวัดลำปาง ส่วนกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 14 แปรสภาพเป็น กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 7 ทำให้ หมวดเสนารักษ์ มีกำลังพลไม่เพียงพอ ที่จะสนับสนุนการรักษาพยาบาลและส่งกลับได้ทั้งหมด จึงได้จัดตั้งหน่วยแพทย์ ์ขึ้นใหม่อีกหน่วยหนึ่ง เป็นกองเสนารักษ์ให้บริการแก่กำลังพลของกองพลที่ 7 และมณฑลทหารบกที่ 7 และบรรจุแพทย์เป็นผู้บังคับกอง เรียกนามหน่วยว่า กองเสนารักษ์ มณฑลทหารบกที่ 7

ต่อมาหมวดเสนารักษ์ ได้รับการจัดหน่วยใหม่ ให้เป็นหน่วยขึ้นตรงต่อกองร้อยเสนารักษ์ กรมผสมที่ 7 ซึ่งตั้งอยู่จังหวัดเชียงใหม่ มีภารกิจ สนับสนุนบริการทางการแพทย์แก่กองพันทหารราบที่ 2 กรมผสมที่ 7 ซึ่งยังคงตั้งหน่วยอยู่ที่จังหวัดลำปางเหมือนเดิม โดยเหตุนี้แม้ว่าหมวดเสนารักษ์ดังกล่าวจะไม่รายงานขึ้นตรงต่อกองเสนารักษ์ มณฑลทหารบกที่ 7 แต่เมื่อตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดลำปาง ก็ต้องร่วมปฏิบัติงานในด้านการรักษาพยาบาลร่วมกันในสภาพเสนารักษ์รวม

ปี พ.ศ. 2499
กองทัพบกมีคำสั่งยุบเลิกกองพลที่ 7 เหลือเพียงแต่มณฑลทหารบกที่ 7 กองเสนารักษ์จึงแปรสภาพเป็น กองพยาบาล รับผิดชอบการรักษาพยาบาลและส่งกลับผู้ป่วยในที่ตั้งปกติ และเมื่อมณฑลทหารบกที่ 7 มีการขยายอัตรากำลังพล จึงปรับสภาพกองพยาบาลให้เป็นโรงพยาบาล โดยจัดสร้างอาคารและสิ่งอำนวยความสะดวก ดังนี้
1. ซ่อมแซมปรับปรุงอาคารเดิมที่มีอยู่ก่อน และแบ่งพื้นที่ปฏิบัติงานให้แก่แผนกต่างๆ
2. สร้างเรือนผู้ป่วยใน 1 หลัง สำหรับผู้ป่วย ทางอายุรกรรม , ศัลยกรรม และสูติ-นรีเวชกรรม โดยใช้ทุน O.I.C.C.
3. สร้างโรงที่พักทหาร 1 หลัง และแบ่งพื้นที่บางส่วนให้เป็นที่ปฏิบัติ งานของแผนกคลัง,ห้องฝึกอบรมพลทหาร และหมวดเสนารักษ์กองพันทหารราบที่ 2
4. สร้างตึก ขนาดย่อม 1 หลัง สำหรับการผ่าตัดและเอ๊กซเรย์ โดยใช้เงินบริจาคของ นาย น้อย คมสัน คหบดีชาวลำปางร่วมกับบุคคล ตลอดจนหน่วยงานต่าง ๆ ในจังหวัดลำปางซึ่งให้ชื่ออาคารนี้ว่า " ตึกคมสัน "
5. ดัดแปลงอาคารในข้อ 1 เป็นห้องตรวจโรค ผู้ป่วยนอก โดยเงินบริจาคของ พันตรี ปชา ศิริวรสาร ( ยศในขณะนั้น )
6. สร้างโรงประกอบอาหาร และ โรงเลี้ยง 1 หลัง
7. สร้างอาคารไม้สำหรับเป็นที่ปฏิบัติงานของ หมวดบริการ , สูทกรรม และโรงรถ

ด้วยเหตุนี้ สภาพกองพยาบาลจึงเปลี่ยนเป็น โรงพยาบาลมณฑลทหารที่ 7
และตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2505 เป็นต้นมา ตำแหน่งผู้บังคับบัญชาหน่วยแพทย์แห่งนี้ใช้คำว่า " ผู้อำนวยการ "

ต่อมาใน ปี พ.ศ. 2509 ได้รับการแต่งตั้งชื่อใหม่ว่า " โรงพยาบาลสุรศักดิ์มนตรี "

ปี พ.ศ. 2516
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานนามโรงพยาบาลกองทัพบกต่าง ๆ ให้ มีคำนำหน้าว่า "ค่าย" จึงเรียกหน่วยว่า "โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี"

ปี พ.ศ. 2520
สร้างห้องตรวจโรคผู้ป่วยนอกขึ้นใหม่แทนห้องเดิม ซึ่งคับ แคบไม่สามารถรองรับปริมาณคนไข้นอก ที่มีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยใช้เงินบำรุงโรงพยาบาลในการก่อสร้างเนื่องจากอาคารของโรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี ซึ่งสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2472 มีสภาพชำรุดทรุดโทรมมาก จะทำการต่อเติมเพื่อเพิ่มพื้นที่ประโยชน์ใช้สอยก็ทำไม่ได้ เพราะมีอาณาบริเวณจำกัด

ปี พ.ศ. 2527
กองทัพบกได้อนุมัติโครงการก่อสร้าง โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี เป็นจำนวนเงิน 60 ล้านบาท

ปี พ.ศ. 2529
โครงการก่อสร้างโรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรีเสร็จสมบูรณ์โดยมีที่ตั้งใหม่อยู่ติดถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ลำปาง - งาวตรงกันข้าม กับกองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 7 ต. พิชัย อ. เมือง จ. ลำปาง

วันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2529
ได้ย้ายการปฏิบัติงานจากที่ตั้งเดิมไปยังสถานที่ตั้งใหม่ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งปัจจุบัน โดยตัวอาคาร มีลักษณะเดียวกับโรงพยาบาลชุมชนของสาธารณสุข สามารถรองรับผู้ป่วยนอกได้ประมาณ 100 คน / วัน มีเตียงรับผู้ป่วยได้ 60เตียง เมื่อเปิดให้บริการแล้วปรากฏมี ข้าราชการพลเรือนและประชาชนชาวลำปางมาเข้าร่วมรับบริการด้วย โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี จึงเป็นสถานพยาบาลสำหรับทหารและครอบครัว เป็นที่เชื่อถือศรัทธาของชาวลำปาง ซึ่งนับวันจะมีปริมาณมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดความแออัด ในส่วนบริการผู้ป่วยนอก และเตียงรับผู้ป่วยในก็ไม่พอเพียง

ปี พ.ศ. 2538
โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรีดำเนินโครงการรณรงค์หาเงินบริจาคสร้างอาคารใหม่ เพื่อขยายพื้นที่อาคารตรวจโรคผู้ป่วยนอก เพิ่มเตียงรับผู้ป่วยใน รวมทั้งดัดแปลงอาคารเดิมเชื่อมต่อกับอาคารใหม่ และตกแต่งภายใน โดยได้รับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาส่วนหนึ่งและอีกส่วนหนึ่งใช้เงินรายรับของสถานพยาบาลเอง ในระยะเวลาดังกล่าวเป็นห้วงที่ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จสวรรคต ประชาชน ผู้บริจาค จึงได้ถือโอกาสถวายเป็นพระราชกุศล จึงถือว่าอาคารใหม่สร้างขึ้นได้ จากความร่วมมือร่วมใจของประชาชน และส่วนราชการ โดยได้พระบารมีของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทำให้เกิดความสำเร็จขึ้นได้ โครงการสร้างอาคารใหม่แห่งนี้ ได้ชื่ออาคารว่า " อาคารอุบัติเหตุ "

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เสด็จ ฯเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดอาคารอุบัติเหตุอย่างเป็นทางการ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ แก่โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี ตลอดจนข้าราชการมณฑลทหารบกที่ 32 และประชาชนในจังหวัดลำปางอย่างล้นพ้น

พ.ศ. 2544 พันเอกมงคล จิวะสันติการ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล เห็นว่าโรงพยาบาลต้องรองรับปริมาณผู้ป่วยโรคกระดูกมากขึ้น ห้องทำกายภาพบำบัดคับแคบอีกทั้งมีเครื่องมือไม่เพียงพอ จึงรณรงค์หาเงินบริจาคเพื่อสร้างอาคารกายภาพบำบัด รวมทั้งดำเนินการขออนุมัติพื้นที่และแบบแปลน ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องจนถึงปี พ.ศ.2547 โดย พันเอกนิวัฒน์ บุญยืน และ พันเอกสิทธิชัย จิตสมจินต์ เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาล

พ.ศ. 2548 กองทัพบกอนุมัติการก่อสร้าง " อาคารกายภาพบำบัด " มูลค่าก่อสร้าง 13,510,000 บาท โดยอนุมัติให้ก่อสร้างบนพื้นที่ของหน่วยหมวดซ่อมบำรุง สรรพาวุธ 2 กองสรรพาวุธเบา กองพลทหารราบที่ 4 ซึ่งย้ายที่ตั้งไปยังจังหวัดทหารบกพะเยา ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 360 วัน ( 28 มกราคม 2548-22 มกราคม 2549 ) เปิดให้บริการกายภาพบำบัด ฝังเข็มและศูนย์ออกกำลังกาย

ปัจจุบันโรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรีมีอาคารบริการผู้ป่วยทั้งหมด 4 อาคาร ได้แก่
1. อาคารอุบัติเหตุ
2. อาคารบริการผู้ป่วย - อาคารหอผู้ป่วย และอาคารบริการ ผู้ป่วยสูติ-นรีเวชกรรม
3. อาคารบริการและสำนักงาน
4. อาคารกายภาพบำบัด

ทั้งหมดออกแบบให้เป็นอาคารประหยัดพลังงาน โดยมีช่องแสงหลายทาง มีประตูทางออกหลายทาง มีความโล่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก ทำให้ประหยัดค่าไฟฟ้าแสงสว่างและเครื่องปรับอากาศได้มาก มีทางเดินเชื่อมต่อกันอย่างสะดวกอาณาบริเวณมีความสวยงามร่มรื่น

นับจากการปรับสภาพกองพยาบาลให้เข้าลักษณะโรงพยาบาล โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรีมีการพัฒนาทางด้านกายภาพและคุณภาพการบริการมาโดยตลอด จนได้รับการยอมรับจากหน่วยงานผู้บังคับบัญชาและผู้ใช้บริการ ทั้งที่เป็นกำลังพลทหารและครอบครัว ข้าราชการพลเรือนและประชาชนทั่วไปเข้ารับบริการ อีกทั้งให้การสนับสนุนกิจกรรมของโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรีคนปัจจุบัน คือ พันเอกวุฒิไชย อิศระ
Category:
Address:


place comments:
add your comment in English


Edited: 10 months ago Languages: en